Mind 2 Zen

movie review and artistic view of the day

Avatar อาหารขยะ

แสดงความเห็นโดย ekkavit บน 10/01/2010

ถึงจะเป็นอาหารขยะ แต่รสชาติดี

 

ตั้งความหวังไว้สูง แต่ก็ไม่มาก เพราะรู้ว่า James Cameron ทำหนังให้อลังการเข้าว่า เล็กๆไม่ ใหญ่ๆทำ อีกทั้งยังอยู่ใน Top 100 ของเว็บ IMDB เหมือน Pan Labyrinth เลย  ผมก็เลยไม่ตั้งความหวังอะไรมาก คิดว่าต้องไปดูความตระการตาของโลกดิจิตัล ดูว่าเขาทำกันไปถึงไหนแล้ว

ด้านกราฟฟิค ทำได้ดี เรื่องการเคลื่อนไหวสมจริงมากๆ แต่รูปลักษณ์ของมันยังดูหลอกๆอยู่ แววตาของมนุษย์ลิง ดูยังไงก็ไม่ใช่สิ่งมีชีวิตจริงๆอยู่ดี ถึงจะแสดงอารมณ์ออกมาได้ดีก็ตาม

เรื่องรายละเอียดของสิ่งแวดล้อมในป่าทำได้สุดยอด สวยงามมาก อย่างสัตว์ประหลาดต่างๆ ดูมีความเป็นไปได้ เช่นเดียวกับตัวมนุษย์ลิง ที่อาจจะได้แรงบัลดานใจจากเรื่อง Reptile (มนุษย์จิ้งเหลน ที่อยู่ใต้โลก) หรือ จะเป็นกลุ่มมนุษย์ต่างดาวที่ว่ากันว่าเป็นบรรพบุรุษของมนุษย์  แต่น่าเสียดายที่หนังกลับไม่ได้ให้รายละเอียด หรือแฝงเรื่องลึกลับอย่าง 2001 Space Odyssey  ถึงจะมีช่วงเล็กๆที่มีอุโมงค์ของห้วงมิติโผล่ขึ้นมา ทำให้นึกว่าไป COPY หนังเก่าอย่างที่กล่าวไว้เมื่อกี้2001_a_space_odyssey_1

images

 

สิ่งที่น่าชมเชย คือความพยายามที่จะบอกเล่าเรื่องราว ว่ามนุษย์มันเลว เหมือน District 9… อีกแล้ว จะว่าจะชม แต่ไฉนมันไปคล้ายๆกับหนังอีกเรื่องจนได้ล่ะ

ตั้งแต่ฉากแรกจนฉากสุดท้าย ทำให้ผมรื้อฟื้นความทรงจำของหนังดังๆเก่าๆตั้งหลายเรื่อง จริงๆอยากจะอธิบายด้วยภาพมากกว่า… พอท่านเห็นแล้วอาจจะนึกอ๋อเลยทีเดียว ว่า James Cameron … COPY ชาวบ้านมายำรวมในหนังตัวเองอย่างสนุกสนาน! และดันทำสำเร็จ!

 

The Matrix

 

the-matrix-movie-postermatrix26  apu73

   ฉากแรกที่พลทหารตื่นขึ้นมาจาก Hibernation เหมือนใน Matrix เด๊ะเลย! ก๊อปมาชัดๆ! แถมเนื้อเรื่องยังเกี่ยวกับการอยู่ในจิตใจ การเชื่อมต่อทางระบบ Network ผ่านทางศูนย์กลาง

  ขี้โกงจริงๆ หลอกคนดูทุกคนไม่ได้หรอกนะ

 

 

 

 

Evangelion

 

300px-Neon_Genesis_Evangelion_kansi    การควบคุมหุ่นยนต์ใน Eva ใช้ระบบ Syn เช่นเดียวกับที่พระเอก Avatar ใช้ควบคุมร่างอวตาร แต่ในการ์ตูนใช้ของเหลวสีแดง Syn อีกทั้งยังมีเวลาจำกัดซึ่งดูสมจริงกว่า Avatar

  ที่ไม่สมจริงคือพระเอกย่อมกลายเป็นคนบ้าแน่นอน เพราะแทบไม่ได้พักผ่อน  หรือว่าในโลกนั้นมันมีชั่วโมงเยอะก็ไม่ทราบ ผู้กำกับไม่ให้รายละเอียดมากพอ (เป็นจุดอ่อนของ Avatar)

  ยังไม่หมดๆ ยังมีเรื่องของ “ความเข้ากันของ DNA” เอามาจาก Eva ชัดๆ เหมือนทีชินจิมีสายสัมพันธุ์ที่ใกล้ชิดกับพ่อและแม่

  อืม…ยังไม่หมดนะ ยังมี “เทพ EVA” ซึ่งเป็นพระเจ้าของหนังเรื่องนี้ ทำให้นึกถึง การตัดสินของพระเจ้าในการ์ตูนเหมือนที่ พระเจ้าตัดสินใจเลือกข้างใน Avatar

 

 

Cannibal Holocaust

 

CannibalHolocaustBox _000-748317

  การบุกป่าของนักสำรวจชาวอเมริกัน แต่แท้จริงไม่ได้สำรวจ กลับเป็นการฆ่าล้างคนป่า ข่มขืน เผาหมู่บ้าน อย่างโหดเหี้ยมทารุณ  และรวมไปถึงการทรมาณสัตว์ หนังเรื่องนี้เป็นหนังที่ถูกแบนจากหลายๆประเทศ เพราะผู้กำกับต้องการสื่อถึงความรุนแรงในสังคมปัจจุบัน

  Avatar ก็เหมือนกัน เพียงแต่ไม่ได้โหดเหี้ยม ไม่ได้ข่มขืน แต่ฆ่าล้างเผาหมู่บ้านของชาวพื้นถิ่นเหมือนกัน

 

The Time Machine

 

The Time Machine 2002_the_time_machine_008 timemachine-mumba2

  ถ้ายังจำกันได้ ลองนึกถึง Art Direction ของ Time Machine อยู่ในป่า มีชาวพื้นเมือง มีสัตว์ประหลาด มีอะไรบินๆอยู่ มีบ้านบนต้นไม้ บนเชิงผา แล้ว Avator มันต่างอะไรกับ The Time Machine!

  มีผู้หญิงมาสนิทเหมือนกัน มีการต่อสู้เพื่อการเอาตัวรอดของชาวพื้นเมืองเหมือนกัน ผู้หญิงใจสู้ มีความสามารถ และยัง sexy เหมือนกัน นึกๆดูก็ตลก มีอะไรที่ Avator คิดเองบ้าง?

 

District 9

  district-9-poster

d93district9-image

เป็นหนังที่ดีที่สุดเรื่องหนึ่งของปีนี้ รองจาก Inglorious Basterd ทั้ง Art Direction ที่ไม่เหมือนใคร แนวคิดประหลาดๆ ความบ้าคลั่งต่างๆ กินขาด Avator แน่นอน

Avator เลียนแบบอีกแล้ว ไม่รู้ว่าตั้งใจรึเปล่า ที่พระเอกไปอยู่ฝั่งศัตรูของมนุษย์ แล้วหันกลับมาฆ่ามนุษย์เพราะ มนุษย์เลวทรามที่สุด มันต่างกันตรงไหน!  แถม D9 ยังดูสนุกสุดเหวี่ยงกว่าเป็นไหนๆ ยังดูสะใจ และตัวมนุษย์ต่างดาวที่เป็นกุ้งยังดูมีอารมณ์ของความเห็นอกเห็นใจ แสดงออกได้มากกว่ามนุษย์ลิงใน Avator ซะอีก!  การแก้แค้นก็สมจริง ไม่เว่อร์เกินไป แถมตอนจบยังเท่+ซึ้ง สุดๆ

 

Tropical Malady

 TropicalMalady_AFF 

0511TropicalMalady

  คนส่วนใหญ่ในโลกคงไม่เคยดู ฉากต้นไม้เรืองแสงในหนังของพี่เจ้ย! ลิงพูดได้! สัตว์ประหลาดในป่า จิตวิญญาณที่สิงสถิตในป่า ที่หลอมรวมทุกๆสิ่งเข้าด้วยกัน และยังมีเรื่องให้ตีความอีกมากมาย

  แล้ว Avatar ล่ะ จงใจลอกเลียน รึว่าคิดเองเนี่ย! รึบังเอิญที่ไปซ้ำกับหนังรางวัล Jury Prize ของพี่เจ้ย

 

Pan’s Labyrinth

 

pans-labyrinth

doug_jones_in_pans_labyrinth__2_-thumb-550x444-19673 avatar-sam-face-paint09-8-251 

สุดท้าย …ไอ้ตัวเขาควายใน Pan’s Labyrinth  ทำไมมันคล้ายมนุษย์ลิงจัง!

6/10 สิ่งที่เรียกว่า Special Effect ช่วยเอาไว้ได้…  ถ้าปราศจากสิ่งนี้แล้ว  จะหาคำว่า Masterpiece ไม่เจอเลย  ถึงจะดูโฉบเฉี่ยว สวยงามสุดยอด การออกแบบตัวละครทำได้สุดยอด แต่มันขาดอะไรหลายๆอย่าง   ด้วยความใหญ่ ปริมาณที่ล้นปริจนดูเหมือนยัดเยียดมากเกินไป ดูเผินๆเหมือนรายละเอียดเยอะ แต่ถ้าตัวละครไม่ได้ดูเติบโตไปกับเวลา ทุกๆอย่างคาดเดาได้หมดตั้งแต่ต้น สูตรสำเร็จที่แพ็คมาเป็นห่อ อาหารขยะดีๆ มื้อนึงเท่านั้นเอง

เขียนแล้วใน Reviews | Tagged: | 1 ความคิดเห็น »

Sanshô dayû (1954) Bailiff Sansho

แสดงความเห็นโดย ekkavit บน 01/01/2010

PSsanshodayuUK    

Sansho Bailiff

เป็นเรื่องราวที่่รันทดมาก แต่บอกเล่าได้สวยงาม

เหตุการณ์เกิดในญี่ปุ่นยุคไหนไม่รู้ รู้แต่นานมากแล้ว เป็นยุคที่มีการซื้อขายคน บ้านเมืองป่าเถื่อน แต่ยังมีผู้ปกครองที่มีคุณธรรมอย่างที่ เมืองซานโช เขามีประโยคที่เขาใช้สอนลูกทั้งสองคนก็คือ “คนเราถ้าไม่มีความเห็นใจ คนก็ไม่ต่างจากสัตว์เดรฉาน   และถึงแม้ตัวเองจะมีความทุกยาก ก็จงเห็นใจผู้อื่นเสมอ”

หนังเรื่องนี้ฉายพร้อมกับ 7 Samurais คอหนังญี่ปุ่นคงรู้จักดี แต่ เรื่องนี้ไม่ดังเท่าเพราะเรื่องราวไม่ดึงดูดคนตะวันตกเหมือน 7 Samurais ซึ่งเน้น Action แต่เรื่องนี้เน้นด้านอารมณ์ของมนุษย์

sansho-dayu-1-724880sansho

ครอบครัว เป็นสิ่งที่เน้นมากสำหรับเรื่องนี้ ความคิดที่ส่งถึงกัน ผ่านม่านหมอกของทะเล ระหว่างแม่กับลูก   มันยังคงมีเสมอ  เป็นเสียงเพลงที่ดังลอยมาแต่ไกล  หลังจากเวลาผ่านไป 10 ปี  ที่แม่กับลูกไม่ได้เจอกัน   เรื่องบังเอิญเกิดขึ้นเมื่อทาสสาวคนหนึ่งถูกขายมาจากเกาะเล็กๆที่แม่พวกเขาถูกขายไปเช่นกัน แล้วสาวคนนั้นก็ร้องเพลงที่แม่พวกเขาแต่งขึ้น

นั่นคงไม่ใช่เรื่องบังเอิญ  ในขณะที่ตัวเอกซึ่งลูกชายเจ้าเมืองก็เริ่มมีจิตใจแข็งกระด้างขึ้นเรื่อยๆเพราะเวลา10ปี ที่ต้องทำงานเป็นทาสไม่ต่างจากหุ่นที่ถูกควบคุม ถูกสั่งให้ปั๊มเหล็กร้อนๆกับคนแก่ก็ทำ แต่แล้วมีวันหนึ่งเพราะเจ้าของไว้ใจก็เลยสั่งให้เอาทาสที่กำลังจะตายไปทิ้งบนภูเขา พี่สาวเขาก็ไปด้วย 

พอไปถึงหุบเขา ก็ได้ยินเสียงเพลงของแม่ดังมาจากไหนไม่รู้ พวกเขาจึงคิดหนี นั่นทำให้เหตุการณ์พลิกผันไปแบบที่น่าโศกเศร้า

8/10 ทำให้ติดตาตรึงใจ ตลอดทั้ง 2 ชั่วโมง  ละเอียดอ่อน  เรื่องราวเข้มข้น   ทำให้คิดว่า ทำไมหนัง 2 ชั่วโมงเดี๋ยวนี้ ไม่ทำอะไรให้มีประโยชน์กับโลกนี้บ้างนะ  อย่างน้อยหนังเรื่องนี้ก็สอนให้รู้ว่า การเสียสละ มีเมตตากับคนอื่นเป็นยังไง

 

sansho-the-bailiff-dvd

 

อยากดู เข้าไปที่  http://www.akiba-online.com/forum/showthread.php?t=16907  เป็น torrent ของ Akiba-online ครับ ต้องขอบคุณมาก ที่ทำให้ได้ดูหนังญี่ปุ่น classic ดีๆ

เขียนแล้วใน Reviews | Tagged: , | Leave a Comment »

What’s wrong with the world?

แสดงความเห็นโดย ekkavit บน 01/01/2010

DON’T CLICK the link if you’re sensitive guy.

Maybe it will end your day or affect your brain for long time.

http://pics.dmm.co.jp/digital/video/17bkd00019/17bkd00019pl.jpg

เขียนแล้วใน Articles | Leave a Comment »

K-1 Dynamite 2009 วิถีแห่งศิลปะการต่อสู้

แสดงความเห็นโดย ekkavit บน 31/12/2009

K-1 กับการชนกันระหว่าง Senkogu และ Dream

 

10

ที่ญี่ปุ่นจะมี Event ฉลองปีใหม่ของเค้า ก็คือการรวมตัวกันของ K-1 และ MMA โดยจัดกันวันที่ 31 ธันวาคม   นี่แสดงให้เห็นว่าคนญี่ปุ่นชอบการต่อสู้เข้าสายเลือดจริงๆแฮะ   ถ้าเมืองไทยจัดงานมวยไทยส่งท้ายปี ก็คงมีคนดูเหมือนกัน  ผมว่าไทยกับญี่ปุ่นก็คงไม่ต่างกัน ในเรื่องศิลปะการต่อสู้ เราชอบเหมือนๆกัน

34

พิธีเปิดมันยิ่งใหญ่มากๆ ด้วยการให้ตำนาน MMA ญี่ปุ่น  อย่าง Sakuraba มาอ่านคำเปิดงานแบบเท่ๆ เป็นข้อความถึง Masato แชมป์ K-1 ชาวญี่ปุ่น ที่จะขึ้นสู้เป็นครั้งสุดท้ายแล้ว (Retire)   เป็นการกล่าวอำลาอย่างสมเกียรติ

5

แล้ว Sakura ก็เปิดหน้ากาก กลายเป็น Conductor ให้กับเด็กตัวน้อยๆ เปรียบเหมือน ความฝัน(เป็น theme ของค่าย Dream)  ที่กำลังจะเติบโต เป็นจุดเริ่มต้นของงานนี้ ซึ่งจุดจบของงานเป็นคู่ของ Masato

 

6

แล้วม่านที่ทางเข้าสู่สังเวียนก็ถูกปลดลง  กลายเป็น นักร้องประสานเสียงมากมาย ซึ่งในกลุ่มนักร้องประสานเสียง ก็มีนักสู้หลายคนอยู่ในนั้นเหมือนกัน เขาก็ร้องเพลงไปด้วย  พอมีการเปิดตัว นักสู้ที่อยู่ในนั้นก็เดินออกมาทักทายผู้ชม

 

8

ในรูปนั้นเป็น Masato เองครับ  เวลาสู้ เขาแต่งชุดมวยไทยแบบเต็มยศเลย คนไทยควรภูมิใจนะ  แถมสาวๆกรี๊ดสนั่น เรียกชื่อไม่หยุดเลย  คนที่เกิดเป็นนักมวยไทยที่ญี่ปุ่น  ชีวิตจะสบาย เหอๆ

 

ผมดูทางอินเตอร์เนท ตั้งแต่ บ่าย3 ครึ่ง จนถึง 4 ทุ่มครึ่ง!  นี่คงเป็น Event ต่อสู้ที่ยาวที่สุดที่เคยดูสินะ ฉลองรับปีใหม่ สำหรับคนชอบ ศิลปะการต่อสู้ เท่านั้น  จะมีสักกี่คนในไทยที่จะดู K-1 หรือดู MMA  รู้สึกเซ็งที่ชาติไทยเราไม่ค่อยสนับสนุนมวยไทย  ที่เป็นมรดกที่ล้ำค่าที่สุดอันนึงเอาไว้ ให้สมกับที่มีคำว่าไทย ในสิ่งที่คนทั่วทั้งโลกรู้จัก

 

9/10 พิธีเปิดอันสร้างสรรค์ของคนญี่ปุ่น // คนดูญี่ปุ่นที่มีมารยาทในการชมศิลปะ (ไม่เหมือนอเมริกามีแต่พวก red-neck(คนเมาชาวอเมริกัน) ที่เอาแต่เพียงความสะใจ) // คู่ชิงของ Super-Hulk Tournament ที่มีเซอร์ไพรส์ // การดวลกันระหว่างสองค่ายยักษ์ของญี่ปุ่น Sengoku กับ Dream ที่ปิดฉากด้วยความโหดร้าย //การต่อสู้ระหว่างนักยูโดเหรียญทองโอลิมปิคสองคน ที่เป็นคลื่นลูกเก่าและคลื่นลูกใหม่ //  การต่อสู้ครั้งสุดท้ายอันสุดเร้าใจของ Masato    ญี่ปุ่นกำลังกลับไปในยุคที่มี Pride โด่งดังสุดๆอีกครั้ง  จะแซง UFC หรือไม่ ขึ้นอยู่กับเวลาแล้วล่ะ

เขียนแล้วใน Reviews | Tagged: , , , , , , | Leave a Comment »

Pan’s Labyrinth (2006) โรคอุปทานหนังดี

แสดงความเห็นโดย ekkavit บน 31/12/2009

PansLabyrinthMoviePoster1

 


โรคอุปทานหนังดี

 

หลังจากที่รู้จักหนังเรื่องมานานมาก ตั้งแต่ติด Top 250 ของ Imdb ได้รางวัลออสก้าหลายรางวัล เข้าชิงสาขาหนังต่างประเทศออสก้า(จากเม็กซิโก)   ก็ทำให้อยากดูมาก แต่ไม่ใช่คอหนัง fantasy ก็เลยดองเอาไว้นานจนเน่าแล้วรึเปล่า

เพราะ หลังจากกดปุ่ม play เวลาผ่านไป 30 นาที   ผมไม่รู้ว่าประเด็นของเรื่องคืออะไร พูดง่ายๆคือ ไม่มีอะไรเลย  แม่กับลูกมาหาผู้พันในค่ายทหารในช่วงสงครามกลางเมืองของสเปน  แม่เป็นเมียใหม่ของผู้พัน ลูกมีปัญหาเพราะพ่อตาย เกลียดผู้พันที่เป็นพ่อเลี้ยง  แล้วผู้พันก็โหดร้ายมาก ผิดมนุษย์  ชั่วราวกับหุ่นยนต์ ซึ่งไม่ทำให้ผมรู้สึกถึงความชั่วจริงๆแม้แต่น้อย   เหมือนกับว่า ทำตามบทชั่วไปงั้นแหละ

หลังจาก 30 นาทีที่ว่านั้น มันเหลืออีกคั้ง 90 นาที! บ้าไปแล้ว ผมจะต้องทนดูหนังให้จนรึเนี่ย  แล้วที่เค้าว่าเป็นหนังดี masterpiece น่ายกย่อง อย่างนู้นอย่างนี้  ได้เรทติ้งในเว็บ tomatoe 100 %   ติด Top 100 ของ imdb   
มันหมายความว่าอะไร!

ผมก็เลยดูต่อไปเรื่อยๆ ซึ่งถัดจากครึ่งชั่วโมงนั่นเอง ก็ถึงฉากที่เด็กน้อย Ofelia ต้องมุดเข้าไปในโพรงต้นไม้ มุดเข้าไปทำอะไร ไปเอากุญแจครับ  ก็มุดเข้าดื้อๆ เจอกบตัวใหญ่ ให้อาหารมัน กบระเบิด เอากุญแจ เดินออกมาก็เช้าแล้ว พอกลับบ้านโดนแม่ลงโทษ ซึ่งแม่ก็มาระบายอารมณ์ใส่ลูก ให้ลูกอดข้าวลงโทษ ที่แม่ต้องมาระบายอารมณ์เพราะพ่อเลว  ที่มันคือ ช่วงหนึ่งของหนัง ที่น่าเบื่ออีกครั้ง

pans_labyrinth2

ถัดไปเรื่อยๆ เด็กน้อยก็ได้รับคำสั่งจากไอ้เขาควาย ให้ไปเอาอะไรสักอย่าง ซึ่งต้องใช้ชอล์กขีดเป็นประตูเหมือนโดเรม่อน
ไอ้เด็กก็เข้าไป เจอปีศาจที่น่ากลัว เป็นปีศาจที่เอามาใช้โฆษณาประชาสัมพันธ์ของหนังเรื่องนี้ เป็นตัวชูโรง ปลุกกระแสหนังให้ลุกโชน  คนคิดช่างสร้างสรรค์ดีแท้  ผมขอนับถือคนที่คิดตัวประหลาดตัวนี้ มันน่ากลัวมากทีเดียว ประกอบกับภาพเขียนผนังที่แสดงให้เห็นว่ามันกินเด็กเหมือนซีอุย ไม่เพียงแค่กินหัวใจ แต่กินทั้งตัว  

แล้วเด็กก็เอากุญแจไปไขตู้ ได้กริชมาอันนึง เด็กก็แอบกินองุ่น (ซึ่งไอ้เขาควายเคยบอกเด็กว่าห้ามกิน) ตัวประหลาดในโปสเตอร์ก็ลุกขึ้นจะกิน แต่เด็กหนีทัน 

นั่นคือช่วงที่ระทึกที่สุดในหนัง ซึ่งจะว่าตื่นเต้นก็ตื่นเต้น  แต่ผมอยากให้ปีศาจกินเด็กซะ! เรื่องจะได้จบๆไป

โลกที่คู่ขนานกันกับโลกแฟนตาซี ก็คือโลกความจริง theme หลักของหนังคือสิ่งนี้เอง “ความโหดร้ายของความจริง กับ โลกบริสุทธิ์ในแฟนตาซี” ผู้กำกับ เดล โทโร (ที่กำกับเฮลบอยสุดห่วย) มีไอเดียที่ดี มี cgi ที่ดี art สวยงาม แต่นำเสนอในเรื่องบทได้ห่วยสิ้นดี น่าเบื่อที่สุด

pans-labyrinth-09102006

หลังจากเจอปีศาจในโปสเตอร์ เรื่องบอกเล่าการต่อสู้กันของกบฏ(ตัวแทนความดี) และทหาร(ซึ่งเป็นพ่อเลี้ยงเด็ก เป็นตัวแทนความชั่ว)  ก็ต่อสู้กันแบบน่าเบื่อที่สุด ฉาก action ยิงกัน เห่ยมาก  เดล โท โร ไม่ควรกำกับหนังที่มีการยิงกันอีกเลย  ถ้ามีจะไม่ดูเด็ดขาย  เขาเหมาะกับหนังตลกมากกว่า…

เพราะการแสดงความรุนแรงในเรื่อง ไร้เหตุผลสิ้นดี การฆ่าชาวบ้านอย่างโหดเหี้ยม การทรมานคน ฉากเย็บปาก ฯลฯ  มันไร้เหตุผลจริงๆ  อยากแสดงความรุนแรงโดยจะบอกว่า   “นี่เป็น fantasy ของผู้ใหญ่” มันก็ใช่เรื่อง

สุดท้่าย หลังจากปล่อยให้เรื่องไม่มี *** อะไรเลย ก็มาถึงจุดจบ ที่เด็กล้างแค้นพ่อ จุดจบที่เป็นฉากเริ่มของหนัง  + โลก fantasy ที่เคว้งคว้างของเด็กน้อยตบท้าย

4/10  หนังที่น่าเบื่อมาก แต่สุดท้ายตอนจบก็ทำได้โอเค รุนแรงแบบไร้สาเหตุ เชื่องช้าไร้แก่นสาร แต่ก็ยังมีอะไรแฝง ยังมีอะไรดีๆในหนังเรื่องนี้อยู่ ยังดีที่ปีศาจในโปสเตอร์ช่วยเรื่องนี้ไว้ 55+ล้อเล่น 
สำหรับบางคนอาจจะไม่ชอบ อย่างผมก็ไม่ชอบ   แต่คนส่วนใหญ่บนโลกนี้เขาก็ชอบกัน นานาจิตตังครับผม

เขียนแล้วใน Reviews | Tagged: | Leave a Comment »